Thai
| English |
|
ใครๆก็บอกว่าความเครียดมีผลต่อความดันโลหิตสูง
อย่าเครียดมากเดี๋ยวสมองระเบิดแล้วมันจริงหรือ.....แค่เครียดก็ตายได้
ชีวิตทุกวันนี้
หลายคนบอกว่าเครียดจนเป็นปกติภาวะ ไม่เครียดสิแปลก
ไหนจะสถานการณ์บ้านเมืองที่อึมครึมไม่รู้จะเอาเงินทองออกมาลงทุนดีไหม
กลับกันคนส่วนมากก็เครียดเพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหน
ความเครียดเรื่องเงินทอง ครอบครัว การงาน
เป็นปัญหาอันดับต้นๆของคนในสังคมส่วนมาก |
 |
|
| เครียดมากๆแบบนี้เส้นโลหิตในสมองอาจแตกได้
โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นรู้เช่นนี้แล้ว กลุ่มเสี่ยงควรระวัง
อย่าปล่อยให้ความตึงเครียดครอบงำมากกว่านี้ เพราะอาจเสียชีวิตไปก่อนจะได้ทำตามสิ่งที่ตนตั้งใจไว้ได้ |
เครียด....ความสัมพันธ์ของกายกับใจ
มีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อความเครียด
คนแบบนี้เรียกว่าคนไทป์เอ เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างซีเรียสกับทุกเรื่องในชีวิต
เมื่อผิดหวังก็อาจจะเครียดได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบอื่นๆไม่เสี่ยง
เพราะความเครียดไม่เข้าใครออกใคร |
 |
ความเครียดเป็นเรื่องของจิตใจ
แต่ส่งผลต่อร่างกายได้เหมือนกับอารมณ์อื่นๆ
ถ้าจะบอกว่าร่างกายคนเรานั้นได้รับคำสั่งจากสมอง
โดยผ่านทางเส้นประสาทสั่งให้เคลื่อนไหว
ให้พูดให้คุย ให้กระพริบตา ผ่านจากสมองสู่กล้ามเนื้อต่างๆ
แต่เรื่องของจิตใจกลับต่างกันออกไป ความรู้สึกเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้
แต่แสดงผลกับร่างกายได้ โดยผ่านทางฮอร์โมนต่างๆของร่างกาย
ที่ทำหน้าที่สอดรับไปกันในทุกท่วงทำนองของความรู้สึก
จิตใจจึงทำหน้าที่ควบคุมผ่านการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ
|
|
ร่างกายคนเราเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นจนอยู่ในภาวะเครียด
ทำให้มีผลเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง
ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และความคิดเป็นอย่างมาก ภาวะเครียดนี้ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจให้ตกอยู่ในสภาวการณ์ที่เรียกว่า
สู้หรือถอย ซึ่งถ้าอยู่ในภาวะเครียดที่ไม่มากนัก
ร่างกายจะปรับตัวได้ภายในไม่กี่วัน แถมยังต่อสู้กับความเครียดนั้นได้
ส่งผลต่อปฏิกิริยาภายนอก ดูมีความกระตือรือร้น ในทางตรงกันข้ามถ้าความเครียดดังกล่าวมีมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว
และมีอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไปก็จะเกิดปฏิกิริยาถอย
ปฏิกิริยาภายนอกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจเข้าขั้นเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นมาได้
|
ความเครียดที่ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลต่อร่างกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความดันโลหิต เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
2 ตัว ที่มีผลต่อความดันโลหิตโดยตรง คืออะดรีนาลิน
และคอร์ติซอล ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะไปเพิ่มความดันเลือดในร่างกายของคุณ
ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและทำให้ผนังหลอดเลือดหดเกร็งขึ้นด้วย
การกระทำสองทางนี้เร่งให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
เหมือนคุณบีบน้ำออกจากสายยางทางหนึ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งก็บีบสายยางเอาไว้ไม่ให้ยืดตัว |
|
|
 |
เครียด....กับอาการทางกาย
คุณสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณ เมื่อเกิดความเครียดได้เองจากอาการแข็งตึงของกล้ามเนื้อมัดต่างๆทั่วร่างกาย
หรืออาการผิดปกติของการหายใจ แต่ความจริงแล้วความเครียดส่งผลต่อระดับลึกต่อร่างกายคุณ
มากกว่านั้นผลงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าความเครียดมีผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
และมีรายงานการศึกษาจากคณะผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจในออสเตรเลีย
(เผยแพร่ในสรรพสาร วงการแพทย์ ปีที่ 6 ฉบับที่
93 เมษายน 2549 หน้า 47) โดยทำการศึกษาผู้ป่วยโรคหัวใจชาย
1,800 คน พบว่าความเครียด ความวิตกกังวล
ในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีความเสี่ยงทำ |
ให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดซ้ำและมีความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมากกว่าผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่มีอาการเครียด
และวิตกกังวลถึง 43% |
|
เครียด....ยิ่งนานยิ่งพาลเกิดโรค
ความดันเลือดที่เพิ่มสูงขึ้น
มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดและระดับความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่หลายคนส่ายหน้าไม่ยอมเชื่อ
แต่ผลการตรวจวัดด้วยเครื่องยืนยันได้ว่า ทุกครั้งที่คุณเครียด
กราฟความดันโลหิตพุ่งขึ้นสูงทันที และเมื่อใดก็ตามสิ่งที่ทำให้คุณเครียดหายไป
ก็เหมือนกับการเล่นกล เส้นกราฟจะค่อยๆตกลงมา
การทดลองที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์เช่นนี้เกิดขึ้นในห้องทดลอง
เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า
ความเครียด ความดันโลหิต
|
 |
|
 |
ลองนึกภาพว่า
สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความเครียดนั้นเป็นสุนัขป่าตัวหนึ่ง
แล้วคุณเป็นคนที่ถูกจับมัดไว้กลางห้อง ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้
ทุกครั้งที่คุณมองไปเห็นเจ้าตัวร้ายแยกเขี้ยว
เส้นกราฟของคุณจะพุ่งปรี๊ด แต่เมื่อมันเดินลับหายไป
คุณก็จะผ่อนคลายลง แม้ยังตึงเครียดอยู่ แต่พอเห็นหน้ามันแอบมองมาทางประตูอีกครั้ง
เส้นกราฟก็จะพุ่งขึ้นสูงอีก และหากเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ
สภาพความสมบูรณ์ของผนังหลอดเลือดก็หมดไป ยิ่งถ้าผนังบางๆหรือเริ่มมีคราบไขมันอุดตัน
ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หรือเกิดมีบาดแผลด้วยแล้วการ
|
กระทุ้งด้วยแรงดันเลือดอยู่ตลอดเวลา มากบ้าง
น้อยบ้าง ล้วนเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่ผนังหลอดเลือดจะฉีกขาด
เหมือนวางระเบิดเวลาไว้ในสมองเราดีๆนี่เอง
เมื่อใดก็ตามที่เส้นเลือดแตกในสมอง คุณก็จะเป็นสโตร๊ค
ผลที่ตามมาก็คืออัมพฤกษ์ อัมพาต แต่ถ้าเป็นเส้นเลือดที่หัวใจ
ก็จะทำให้หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด เป็นผลร้ายแรงเช่นเดียวกัน
รวมไปถึงไต ที่อาจทำให้เกิดไตวายกะทันหันได้
ยิ่งไปกว่านั้น
ถ้าคุณเพิ่มระดับความดันโลหิตให้กับร่างกายด้วยการสูบบุหรี่
ดื่มเหล้า กินอาหารมันๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย
ความเครียดก็เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทิ้งลงบนแพเก่าๆ ที่รอวันจะจมลง |
|
| |
|
| |
| |